oreign Correspondents' Club of Thailand - FCCT จัดสัมมนาออนไลน์ (Webinar)

การสัมมนาได้รับเกียรติจาก ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวเปิดการสัมมนา และมี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมการสัมมนา โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของ One HealthApproach ที่มีบทบาทต่อการสาธารณสุข การจัดการและรับมือ กับโรคระบาด โดยได้ให้ข้อมูลว่า COVID -19 ที่เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic diseases) ซึ่ง One Health มีบทบาทสำคัญมากในการแก้ปัญหานี้ และไทยได้รับมือกับสถานการณ์ การระบาดของ  COVID -19 โดยดำเนินการตามมาตรการของ One Heath ควบคู่ไปกับมาตรการทางสังคม นอกจากนี้ ไทยมีเป้าหมาย การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70% ของประชากรในไทย (หรือ 100 ล้านโดส) ภายในสิ้นปี 2564 นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงผลงานเด่น ๆ ของไทยที่มีส่วนร่วมในการรับมือกับการระบาดของ COVID-19 เช่น ไทยเป็นประเทศแรก ที่สามารถระบุไวรัสที่ก่อให้เกิดโรค COVID -19 และได้มีการแบ่งปันข้อมูลไปสู่นานาชาติ เป็นต้น และสุดท้าย ได้กล่าวขอบคุณความร่วมมือต่าง ๆ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการร่วมกัน ในการรับมือ กับสถานการณ์ของ COVID -19 และให้ความมั่นใจว่าไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาชาติเพื่อไม่ให้มีระบาดในอนาคต “no one safe until we are all safe”

ท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ได้มาร่วมสัมมนา โดยได้ให้ข้อมูลการดำเนินการของ One Health ในไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องว่ามีการดำเนินการวิจัย และติดตามโรคที่เกิดจากสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งแวดล้อมและมนุษย์มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งเห็นได้ชัด จากการที่เกิดโรคระบาดจากสัตว์สู่คน เช่น HIV SARS H5N1 และล่าสุดคือ COVID-19 เป็นต้น ดังนั้น ความร่วมมือกันในระดับโลก เรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญที่จะต้องร่วมกันแก้ปัญหา และให้มีการดำเนินการ One Health ในทุกระดับตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และนานาชาติ โดยเป้าหมายของ One Health คือความปลอดภัยของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะไม่ให้มีการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอีกต่อไป ด้วยตระหนักว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่เชื่อมโยงถึงการเกิด โรคระบาดจากสัตว์สู่คน โดยได้ร่วมมือกับประเทศอาเซียน เพื่อการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย (Illegal Wildlife Trade) ผ่านการดำเนินการต่าง ๆ เช่น การจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อการบังคับใช้กฎหมายสัตว์ป่า (ASEAN Wildlife Enforcement Network: ASEAN-WEN) ในปี พ.. 2548 ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเป็น ASEAN Working Group on CITES and Wildlife Enforcement รวมถึงการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ เรื่องการต่อต้านการลักลอบค้า สัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย เมื่อ พ.. 2562 และได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เชียงใหม่เพื่อกำหนดนโยบายเพื่อการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ซึ่งนโยบายนี้ ได้แปลไปสู่การปฏิบัติโดยอาเซียนได้ร่วมกันจัดทำ Plan of Action for ASEAN Cooperation on CITES and Wildlife Enforcement (.. 2021-2025) ขึ้น โดยมุ่งเน้นความร่วมมือในการต่อต้านค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน เป็นต้น ไทยตระหนักว่าการหยุดค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วย ในการป้องกันโรคติดต่อ จากสัตว์สู่คน ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กันกับการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยของสัตว์ด้วย เพื่อให้สัตว์ป่าอยู่แยกจากมนุษย์และเป็นการป้องกันโอกาสเสี่ยงในการระบาดของโรคจากสัตว์มาสู่คนซึ่งเชื่อว่าการป้องกันการเกิดโรคระบาดขึ้นในระยะยาวและในอนาคตคือการอนุรักษ์ธรรมชาติและจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ในรูปแบบที่ยั่งยืนซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือในทุกระดับเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์การระบาดของโรคจากสัตว์สู่คนอีกในอนาคต  “No single country or no region can fight this battle alone”

และต่อมา Dr. Harald Link (Chairman of B.Grimn) เป็นผู้นำในภาคธุรกิจ ที่มีบทบาทในการสนับสนุน การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มาแบ่งปันถึงประสบการณ์และ สิ่งที่ท่านได้มีส่วนร่วม และให้การ สนับสนุนภาครัฐ และภาคเอกชน ในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการอนุรักษ์เสือ ในประเทศไทย ซึ่งได้สนับสนุนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และท่านมีความเชื่อว่า ภาคธุรกิจต้องดำเนินการไปพร้อมกับใส่ใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly Business) และได้ให้ความ ชื่นชมประเทศไทยที่ได้ดำเนินการต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการรับมือกับโรคระบาด และเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเพื่อเป้าหมายในการไม่ให้มีการเกิดโรคระบาดจากสัตว์สู่คนในอนาคต และคุณพิมพ์ภาวดี ได้แสดงความเห็นและมีความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยสามารถที่จะ เป็นผู้นำในการป้องกัน การเกิดโรคระบาดในอนาคตได้ ซึ่งเห็นได้จากการที่ไทยมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และประสบความสำเร็จ ในการดำเนินการตาม เป้าหมายของแผนการพัฒนาโลกเพื่อความยั่งยืน หรือ SDG โดยเฉพาะอย่างย่ิง SDGs เป้าหมายที่ 3 สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและ ส่งเสริมสวัสดิภาพส าหรับทุกคนในทุกวัย 

นอกจากนี้ ผู้ฟังสัมมนาได้มีคำถามที่สำคัญ เช่น อะไรที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อไปหลังจากสถานการณ์ COVID-19 จบลง การห้ามการค้าสัตว์ในตลาดนัดจตุจักรในประเทศไทย เป็นต้น

Refuse Derived Fuel (RDF) ที่จังหวัดร้อยเอ็ด

Associate

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พรรคชาติไทยพัฒนา
สุพรรณบุรีเอฟซี